ฉบับที่ 21 พฤศจิกายน 2531 "เรื่องสั้น" ยังดี วจีจันทร์

ผมทรุดกายลงนั่งบนบันไดชั้นบนสุดเบื้องหน้าสยามเซ็นเตอร์ มันเป็นบันไดสูงและยาว ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่างาม จากบันไดขั้นล่างจนมาถึงขั้นบนนี้ คล้ายกับว่า ผมได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นเสรี แต่ละก้าวที่เหยียบลงไป ประหนึ่งล่องลอยเป็นอิสระ พร้อมแล้วที่จะรับเอาความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

เป็นค่ำคืนเหน็บหนาว แสงไฟบนถนนและตามอาคารแต่งแต้มความหนาว ราวกับสายลมบนสวรรค์นั้นเป็นประกาย รถยนต์แออัด แล่นสวนกันไปมา ไม่ต่างจากผู้คนเดินสวนกันบนทางเท้า สิ่งเหล่านี้ดูเป็นความเคร่งเครียดในยามเที่ยงวัน พอถึงยามค่ำคืน ชีวิตก็ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งสัญจรไปอย่างผ่อนคลาย

ผมขยับเบียร์ขวดเล็กขึ้นดื่มด้วยลีลาละเลียด มองดูผู้คนด้วยความบันเทิงใจ ที่นี่เป็นถนนอีกสายหนึ่ง ซึ่งเป็นแหล่งรวมของความเปลี่ยนแปลงด้านอาภรณ์ แฟเอ๋ย แฟชั่น ช่วงหนึ่งสั้น ช่วงหนึ่งยาว ช่วงหนึ่งรัดรูป ช่วงหนึ่งผ่อนคลาย วูบหนึ่งชุดนี้ดูโบราณ แต่อีกวูบหนึ่ง ชุดนี้กลับทันสมัย มันเป็นสิ่งบ่งบอกว่า โลกหล้ายังน่าฝัน เพราะแฟชั่นของผู้หญิงน่าติดตาม ในความเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเธอเป็นผู้นำที่อ่อนโยน ราวกับนิ่งนึกถ้อยคำกวี แต่ทว่าว่องไงเฉียบขาด ด้วยความพร้อมใจโดยมิต้องนัดหมาย ถึงแม้ชีวิตของพวกเธอจะถูกตีกรอบเอาไว้มาก แต่ความเปลี่ยนแปลงด้านแฟชั่น ก็ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ที่จริงแล้วผู้หญิงรักอิสระ และความก้าวหน้า เธอแสวงหาอ้อมกอด แต่เธอก็ก้าวพ้นพันธนาการ เธอเป็นดั่งดวงดอกไม้ ที่ยิ้มรับฤดูกาลใหม่ ถ้าไม่เข้าข้างตนเองจนเกินไปนัก ผมก็ต้องยอมรับว่า พวกเธอทันสมัยกว่าผู้ชาย

ผู้หญิงไม่เคยมัวเสียเวลาเขียนแถลงการณ์ปฏิวัติ จนปากกาหักไปหลายด้ามเหมือนผู้ชายซ้ายขวาทั้งหลาย เธอคือสันติภาพ เธอได้มอบความสวยงามให้กับทุกฝ่าย และเธอได้ลงมือปฏิวัติแล้ว ด้วยการขยับปลายนิ้วไปตามแบบเสื้อผ้าที่นำสมัย

บนทางเท้า ผู้หญิงในชุดกระโปรงสั้นมีมากเป็นพิเศษ พวกเธอทนหนาวแข้งขากันได้อย่างน่าประทับใจ แต่ละคนดูผุดผาดบาดตา ชื่นช้อยอยู่บนเรียวขานวลงาม ดูเผินๆ จะรู้สึกว่ายั่วยวน ชวนให้อยากค่อนแคะและคอยตำหนิ แท้ที่จริงแล้ว พวกเธอเดินกันไปอย่างเป็นไทยๆ มีเสน่ห์ และสวยงามกว่าฝรั่ง นับจากวันนี้ไปอีกไม่นานนัก กระโปรงสั้นจะมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ ทำให้พวกเธอเชิดหน้า เดินเร็ว เหมือนไม่ใส่ใจใคร รีบไปให้ถึงจุดหมาย หลังจากทิ้งข้อถกเถียงไว้เบื้องหลังอย่างมากมาย

สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือผม - พวกผู้ชาย พวกเราคงต้องหัดมองดูกระโปรงสั้นด้วยอาการสุภาพ เหมือนมองพี่สาว น้องสาว มองคนรักที่เราเฝ้าถนอม ต้องมองต่ำด้วยจิตใจที่สูง สูงขึ้นมาจนถึงบันไดขั้นที่ผมนั่งอยู่ - บันไดสวรรค์

ผมดื่มเบียร์อีกครั้งหนึ่งด้วยมาดฝันๆ พลางหันไปมองทางด้านหลังซึ่งเป็นกระจกใสแวววับเหมือนผิวน้ำนิ่ง ฉับพลันผมรู้สึกวูบไหว เหมือนเปลวเทียนรับแรงลม ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกระโปรงสั้น ผลักประตูออกมาพร้อมเพื่อนชาย เธอดูสวยสดใน เต็มไปด้วยความมั่นใจ คล้ายกับภูมิอกภูมิใจในบางสิ่งบางอย่าง ช่วงขาของเธอสวยงาม จนผมไม่อาจเสแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เธอยืนคุยกับเพื่อนชายโดยไม่มีวี่แววว่าจะรีบไปไหน ผมหันหน้ากลับมา แล้วหันกลับไปมองอีกหลายครั้ง แค่นี้มันก็เป็นสาเหตุเพียงพอแล้ว ที่ทำให้เพื่อนชายของเธอ ตรงรี่เข้ามาคว้าคอเสื้อผม จนผมแทบคอเคล็ด

มองอะไร

เขาถาม

ผมรู้สึกว่า ความอายกำลังจับอยู่ตามใบหน้าของตนเอง ส่วนความกลัวนั้นไล่ขึ้นมาตามสันหลัง ในสถานการณ์อย่างนี้ ผมก็ได้แต่ยิ้มอย่างเป็นมิตร และเมื่อได้คะเนแล้วว่า เขาตัวใหญ่ราวกับธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ ส่วนผมตัวเล็กน่ารักขนาดหนุ่มเสก ผมก็จำเป็นต้องระบายสีถ้อยคำของตนเอง เป็นโกหกสีขาวที่แสนจะสุภาพ

ขอประทานโทษเถอะครับ คือผมมองคนรู้จัก อยู่ด้านหลังของพวกคุณ

เขาปล่อยคอเสื้อผม แล้วหันไปดู ถ้าผมคิดจะเผ่นหนี เชื่อเถอะน่า วูบเดียวผมเด้งขึ้นสะพานลอยหายไปในผู้คนแล้ว แต่ผมก็ยังคงนั่งสงบอยู่ ปลอบใจตัวเองโดยการโปรยยิ้มขอความเห็นใจไปรอบๆ ผมเองก็อยากจะรู้ว่า กระโปรงสั้นจะก่อให้เกิดสถานการ์แบบไหน

คงจะรู้ว่า ถูกผมหลอก เขาหันกลับมาด้วยความโกรธ ใบหน้าซึ่งมีเค้าความหล่ออยู่บ้าง กลายเป็นหินดีๆ นี่เอง ผมบอกกับตัวเองว่า ระวังนะ ระวังให้ดี ต่อไปนี้กวีจะถูกเตะแล้ว และก่อนที่เขาจะเหวี่ยงป้าบจนผมตกจากบันไดสวรรค์ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาขัดตาทัพ โดยบ่นแบบเซ็งๆ ใส่เขาว่า

ฉันชักเบื่อการโวยวายแบบเวิ้งว้างของคุณเต็มทีแล้ว

'โวยเวิ้งว้าง' คมเสียด้วยว๊ ผมเคยได้ยินแต่กวีเวิ้งว้าง ผมเข้าใจเอาเองว่า เธอคงหมายถึงการโวยในเรื่องเล็กน้อย ไร้สาระ นิดๆ หน่อยๆ ก็ทำเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจนได้

นี่มันจะเป็นรายการคู่หูพลิกล็อกหรือพลิกรัก ผมก็ไม่แน่ใจนัก แน่ใจอยู่แต่เพียงว่า ผู้หญิงเธอไม่ได้แต่งตัวสวยเพื่อให้คนมองคนเดียวหรอก โถ! แล้วคุณเป็นผู้ชาย เป็นผู้ทันสมัย ทำไมคุณไม่รู้

เธอยิ้มให้ผมด้วยท่าทีเป็นมิตร ผมก็เลยต้องรีบขอโทษขอโพย ที่เผลอมองเธอนานเกินไป เธอก็ตอบว่า ไม่เป็นไรหรอก อันที่จริง เธอก็ยังไม่เห็นผมแสดงท่าทางอะไร ส่อไปในทางน่าเกลียดเลยจนนิดเดียว

ทั้งสองคนหายไปในผู้คน ทิ้งให้ผมเงียบเหงา แต่ก็อบอุ่นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของแฟชั่น อบอุ่นอยู่กับสังคมที่เข้าใจในวิถีของความงาม บางครั้งถ้าคุณสวย คุณก็อย่าตำหนิเลย เมื่อมีคนมองคุณแล้วร่ำรวยความฝัน

สาวนักเรียนพาณิชย์สองสามคน หน้าตาจุ๋มจิ๋ม จับกลุ่มซุบซิบกัน พลางผลัดกันหันมองมาทางผม เป็นทำนองว่า พี่คนนี้ถ้าจะเป็นกวี เขียนลงหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ หรือเปล่านะ เดี๋ยวนี้กวีเขาชอบผู้หญิงใส่กระโปรงสั้นกันแล้วเหรอ

ผมพยักหน้ายิ้มขณะตอบว่า

มันไม่ได้สำคัญที่ความสั้นยาวของกระโปรงนะน้องนะ ความสวยที่แท้จริง ก็คืออัธยาศัยไมตรีนั่นเอง

พวกเธอทำท่าทางเอียงอาย แล้วยิ้มให้ ผมก็เลยรีบเอารอยยิ้มมาเก็บไว้ในฟองเบียร์ แล้วดื่มเข้าไปจนหมดขวด

ลุงแก่ขายบุหรี่ตรงแผงตีนสะพานลอย เงยหน้ายิ้มบริสุทธิ์เหมือนเด็ก แล้วตะโกนพูดกับผมว่า

ขวดเบียร์ในมือนั่นไง ถ้าเป็นผม ผมเอาขวดเบียร์ตีหัวมันไปแล้ว

ไม่ได้หรอกครับลุง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย อารมณ์หรือสายตา ควรจะเต็มไปด้วยความปรารถนาดี และความใจกว้าง เราควรต้อนรับความเปลี่ยนแปลง ด้วยมิตรภาพอันสดใส ไม่ดีกว่าเหรอครับ

คงจะเป็นเพราะว่า กวีคือผู้ที่บกพร่องในการสื่อความหมาย เห็นลุงแกทำหน้างงๆ แต่ก็ไม่วายตะโกนกลับมาว่า
มันตัวใหญ่กว่าเอ็งน่ะซี!






ถ้าความรักคือการให้
เธอก็ได้ ความรักแล้ว
แต่ถ้าคือหยดน้ำตาวาวแวว
ก็ไม่มีแล้ว ไม่มีจะให้ใคร

ดา